จอมเทพไซเบอร์บน Google+
ขยายหน้าจอ
 
  • โพสต์
  • ไดอารี่
  • ผู้ใช้
  • ฟอรั่ม
  • กลุ่ม
โพสต์
ประกาศ : ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน "ห้ามแสดงความคิดเห็น, อัพโหลดภาพ, สื่อ หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่พาดพิงถึงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ ไปในทางเสื่อมเสียเป็นอันขาด" หากพบเห็นกรุณาแจ้งได้โดย : โพสที่ฟอรั่ม หรือ อีเมล์ doothaithai [at] gmail.com โปรดช่วยกันสร้างสายใยความสุขให้กับโลกไซเบอร์แห่งนี้...ดร.ไอที...จอมเทพไซเบอร์
  • 5273เข้าชม
  • 2ตอบกลับ

พระคาถาชินบัญชร [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์pums

UIDผู้ใช้ลำดับที่ 34

เพศ : ไม่ระบุเพศ

 โพสต์ : 33

 สำคัญ : 0

 เงิน : 36 (บาท)
 ความดี : 22 (แต้ม)
 เครดิต : 32 (แต้ม) [เติม]
 จิตพิสัย: 10 (แต้ม)
เฉพาะโพสต์แรก ลำดับปกติ เครื่องมือ ลิงก์โพสนี้   โพสต์เมื่อ: 2011-09-16 16:15:00 ┊จำนวนผู้เข้าชม:5273 ท่าน
พระคาถาชินบัญชร (ข้อมูล) (อ่านว่า ชินะ- ชินนะบันชอน) เป็นหนึ่งในบทสวดมนต์ที่พุทธศาสนิกชน ชาวไทยนิยมสวดมากที่สุด สันนิษฐานว่าพระเถระชาวล้านนาเป็นผู้แต่งขึ้น และเป็นพระคาถาสำคัญในพิธีกรรมตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏหลักฐานในพระราชพิธีจักรพรรดิราชาธิราช ต่อมาได้ปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้นโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม สมเด็จพระพุฒาจารย์องค์ที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (สมัยรัชกาลที่ 4) บทสวดชินบัญชรนี้ยังพบในประเทศพม่าและศรีลังกาอีกด้วย

การหัดสวดพระคาถาชินบัญชรควรจะเริ่มสวดในวันพฤหัสบดีข้างขึ้น (ยิ่งขึ้นมากยิ่งดี) ให้เตรียมดอกไม้ 3 สี หรือดอกบัว 9 ดอก และดอกมะลิร่วง (เด็ดก้านดอก) 1 กำ ธูปหอมอย่างดี 9 ดอก เทียน(เล่มหนัก1บาท ถ้าไม่มีใช้ 2 บาท แต่ควรใช้1บาทเพื่อเป็นสิริมงคล) จำนวน 9 เล่ม จากนั้นให้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยโดยการตั้งนะโม 3 จบ ต่อด้วยบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จากนั้นตั้งจิตนึกถึงสมเด็จโต

ความหมายตามตัวอักษร ... ชินบัญชร แปลว่า กรง ซี่กรงของพระชินเจ้า

ชินบัญชร มาจากคำว่า ชิน ซึ่งแปลว่า ผู้ชนะ อันหมายถึงพระชินเจ้าหรือพระพุทธเจ้า และคำว่า บัญชร ซึ่งแปลว่า กรง ลูกกรง ซี่กรง รวมกันเป็นชินบัญชร ซึ่งเป็นประดุจแผงเหล็กหรือเกราะเพชรที่แข็งแรง สามารถปกป้องคุ้มกันอุบัติภัย อันตรายและศัตรูหมู่มารทั้งปวงได้

ชินบัญชร ปัจจุบันใช้เรียกพระคาถาภาษามคธชุดหนึ่ง นัยว่าเป็นนิพนธ์ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
วัดระฆังโฆสิตาราม เรียกว่า พระคาถาชินบัญชร ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถป้องกันสรรพอันตรายทั้งหลายได้เหมือนเกราะเพชรและให้โชคให้ลาภตามที่ปรารถนาได้


พระวาจาตรัสเรื่องคาถาชินบัญชร
โดย สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร ตุลาคม ๒๕๑๘

พระคาถาชินบัญชร เป็นที่นับถือสวดกันอย่างแพร่หลาย กล่าวกันว่าเป็นของเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรํสี) วัดระฆังโฆสิตาราม นายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ เคยได้นำมาขอให้แปล เพื่อพิมพ์ในหนังสือประวัติของเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ครั้งหนึ่ง เมื่อนานปีมาแล้ว แต่ก็ยังสงสัยในถ้อยคำและประโยคหลายแห่ง เพราะไม่อาจจับความได้ ทั้งเมื่อได้พบจากหลายสำนักเข้า ก็ได้พบคำที่ผิดเพี้ยนบ้างเกือบทุกฉบับ ไม่อาจตัดสินได้ว่าที่ถูกต้องเป็นอย่างได้ ได้เคยนึกสงสัยมานานแล้วว่า เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้เรียบเรียงขึ้นเองหรือได้ต้นฉบับมาจากไหน

เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีผู้นำหนังสือมาให้เล่มหนึ่ง เป็นหนังสือขนาดเล็ก พิมพ์ในประเทศศรีลังกา ชื่อหนังสือ The Mirror of The Dhamma (กระจกธรรม)โดยท่านนารทมหาเถระ และท่านกัสสปเถระ ฉบับที่ได้มานี้พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ (ของศรีลังกา ตรงกับ พ.ศ. ๒๕๐๓ ของไทย) ค.ศ.๑๙๖๑ เป็นแบบหนังสือคู่มือธรรมที่จะใช่สวดและปฏิบัติเป็นประจำได้ เริ่มแต่ นโมพุทฺธ ศีล๕ ศีล๘ ศีล๑๐ คำสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย คำบูชา คำสมาธิภาวนาต่าง ๆ บทสวดมี พาหุง ชินบัญชร มงคลสูตร รัตนสูตร เป็นต้น ตัวบาลีพิมพ์ด้วยอักษรสีหฬและอักษรโรมัน มีคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อได้อ่านชินบัญชรในหนังสือเล่มนี้แล้ว ก็ได้พบคำและประโยคที่เคยสงสัยในฉบับที่สวดกันในเมืองไทย ซึงจับความได้ หายความข้องใจ จึงได้คิดว่าจะคัดฉบับลังกามาพิมพ์เพื่อผู้ที่ต้องการทราบจะได้อ่านพิจารณา และคิดจะปรับปรุงฉบับที่สวดกันในเมืองไทย อนุวัตรฉบับลังกา เฉพาะที่เห็นว่าสมควรจะปรับปรุงด้วย

ทั้งสองฉบับนี้ เมื่อเทียบกันแล้ว ก็รู้สึกว่าต้นฉบับเดิมนั้นเป็นอันเดียวกันแน่ ฉบับลังกานั้นมี ๒๒ บท ส่วนฉบับที่สวดกันในเมืองไทย มี ๑๔ บท ก็คือ ๑๔ บทข้างต้นของฉบับลังกานั่นเอง เพราะความเดียวกัน ถ้อยคำก็เป็นอันเดียวกันโดยมาก ส่วนคำอธิษฐานท้ายบทที่ ๑๔ ของฉบับที่สวดกันในเมืองไทย ย่อตัดมาอย่างรวบรัดดีมาก คาถาบทที่ ๙ ของฉบับไทย บรรทัดที่ ๒ น่าจะเกินไป แต่จะคงไว้ก็ได้ ส่วนคาถาบทที่ ๑๒ และ ๑๓ สับบรรทัดกัน เมื่อแก้ใหม่ตามฉบับที่ปรับปรุงแล้วนี้ จะถูกลำดับดี

ในการพิมพ์ครั้งนี้ เรียงชินบัญชรฉบับที่สวดกันในเมืองไทย ปรับปรุงขึ้นใหม่ อนุวัตรแบบลังกา เฉพาะที่เห็นว่าสมควร และมีคำแปลเป็นภาษาไทย ที่แปลขึ้นใหม่ในคราวนี้เช่นเดียวกัน ในการแปลครั้งนี้ ไม่ได้เทียบกับคำแปลเก่าที่เคยแปลไว้เพราะไม่พบฉบับที่แปลไว้ บทสวด พาหุง และชินบัญชร เป็นที่นิยมสวดกันในเมืองไทยมาช้านาน แต่บทสวดพาหุง มีถ้อยคำที่ยุติแน่นอน ส่วนบทสวดชินบัญชร แต่ละฉบับ แต่ละสำนัก ยังผิดแผกกันอยู่ ถ้าอาจทำให้ยุติเป็นแบบเดียวกันได้ ก็จะเป็นการดี

พระคาถาชินบัญชร ( สำหรับสวด )

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโม ละเภ ธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา

อิติปิโสภะคะวา ยะมะ ราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ


๑. ชะยาสะนาคะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา.

๒. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา.

๓. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร.

๔. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะวามะเก.

๕. ทักขิเณสะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุลา
กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก.

๖. เกสะโต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว.

๗. กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเนนัจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร.

๘. ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะสีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ตีละกา มะมะ.

๙. เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
เอตาสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเต เชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.

๑๐. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง.

๑๑. ขันทะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา.

๑๒. ชินาณา วะระสังยุตตา สัตตัปปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชณัตตุปัททะวา.

๑๓. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.

๑๔. ชินะปัญชะระมัชณัมหิ วิหะรันตัง มะฮีตะเล
สะทา ปาเลน ตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา.

๑๕. อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตูปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะปัญชะเรติ.


พระคาถาชินบัญชร ( ความหมาย )

๑.พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลายผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์ ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว เสวยอมตรส คืออริยสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

๒. มี ๒๘ พระองค์ คือ พระผู้ทรงพระนามว่าตัณหังกรเป็นอาทิ พระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น

๓.ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่บนศีรษะ พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก

๔.พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณทัญญะอยู่เบื้องหลัง

๕. พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

๖. มุนีผู้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ ดังพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

๗. พระเถระกุมารกัสสปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ

๘. พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวลี พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฎเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก

๙. ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรสเป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัยแต่ละองค์ล้วนรุ่งเรืองไพโรจน์ ด้วยเดชแห่งศีล ให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่

๑๐. พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตร อยู่เบื้องหลัง

๑๑. พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

๑๒. อนึ่งพระชินพุทธเจ้าทั้งหลายนอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิดมีศีลาทิคุณอันมั่นคง คือสัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

๑๓. ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตะชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใด ๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชร แวดวงกรงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายในอันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ

๑๔. ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้นจงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้นท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล

๑๕. ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวง ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติและรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญ ฯ

กำเนิดพระคาถาชินบัญชร ในประเทศไทย โดยหลวงปู่โต
และมีความเกี่ยวเนื่องกับท่านท้าวมหาพรหมชินนะปัญชะระ

ในอดีตกาลครั้งองค์สมณะโคดมเจ้า ทรงตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ครานั้นอัครสาวกเบื้องซ้ายและเบื้องขวาของพระพุทธองค์ คือ พระโมคคัลลานะ ผู้เลิศในอิทธิฤทธิ์ และพระสารีบุตรผู้เลิศในปัญญา ณ แคว้นพาราณสี ปรากฏเด็กน้อยนามว่า ชินนะ บุตรของมะติโตพราหมณ์ และนางยะถานาพราหมณ์ โคตรบัญจะระ เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาแห่งองค์พระศาสดาแต่ครั้งเยาว์วัย ได้บวชเป็นสามเณร และเป็นศิษย์ของพระโมคคัลลานะ สามเณรชินนะ ทรงภูมิปัญญาเป็นที่เฉลียดฉลาดเป็นยิ่ง ศรัทธาในการบิณฑบาตอย่างสงบขยันหมั่นเพียรเป็นนิจ ครั้นอายุได้เพียง 7 ขวบก็สำเร็จอรหันต์

บทย่อของพระคาถาชินบัญชร
"ชินะปัญชะระปะริต ตังมังรักขะตุสัพพะทา"


หัวใจพระคาถาชินบัญชร
"ชะ จะ ตะ สะ สี สัง หะ โก ทะ กะ เก นิ กุ โส ปุ เถ เส เอ ชะ ระ ถะ ขะ อา ชิ วา อา วะ ชิ สัง อิ ตัง"


อานิสงส์ชินบัญชร ... พระคาถาชินบัญชรนี้เป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ตกทอดมาจากลังกาเจ้าประคุณสมเด็จ ฯ ค้นพบในคัมภีร์โบราณได้ดัดแปลงแก้ไขแต่งเติให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษได้เนื้อถ้อยกระทงความสมบูรณ์แปลออกมาแล้วมีแต่สิ่งสิริมงคล แก่ผู้สวดภาวนาทุกประการ

พระคาถานี้เป็นการอัญเชิญพระพุทธานุภาพแห่งพระบรมศาสดาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าที่ได้เคยมาตรัสรู้ก่อนหน้านั้น จากนั้นเป็นการอัญเชิญพระอรหันต์ขีณาสพ อันสำเร็จคุณธรรมวิเศษแต่ละองค์ไม่เหมือนกัน นอกนั้นยังอัญเชิญพระสูตรต่าง ๆ อันโบราณาจารย์เจ้าถือว่า เป็นพระพุทธมนต์อันวิเศษแต่ละสูตรมารวมกันสอดคล้องเป็นกำแพงแก้วคุ้มกันตั้งแต่กระหม่อมจอมขวัญ ของผู้ภาวนาพระคาถาลงมาจนล้อมรอบตัว จนกระทั่งหาช่องโหว่ให้อันตรายสอดแทรกเข้ามามิได้

อานุภาพ พระคาถา ชินบัญชร

ผู้ใดได้สวดภาวนา พระคาถาชินบัญชรนี้ เป็นประจำอยู่สม่ำเสมอ จะทำให้

- เกิดความสิริมงคลสมบูรณ์พูนผล
- ศัตรูหมู่พาลไม่กล้ากล้ำกราย
- ไปทางใดย่อมเกิดเมตตามหานิยม
- เกิดลาภผลพูนทวี
- ขจัดภัยจากภูตผีปีศาจ
- ตลอดจนคุณไสย ต่าง ๆ
- ทำน้ำมนต์รดแก้วิกลจริตและสรรพโรคภัย
- เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต มีคุณานุภาพ ตามแต่จะปรารถนา

ดังคำโบราณว่า
" ฝอยท่วมหลังช้าง "
จะเดินทางไปที่ใด ๆ สวด ๑๐ จบ แล้ว อธิษฐาน จะสำเร็จสมดังใจ


เพลงพระคาถาชินบัญชร


เพลงพระคาถาชินบัญชร ช่วงที่ 1



เพลงพระคาถาชินบัญชร ช่วงที่ 2



เพลงพระคาถาชินบัญชร ช่วงที่ 3




ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รักของผู้ถูกให้:


ติดตามเว็บดูไทยไทยผ่านทาง Google+ ติดตามผ่าน youtube

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์

ออฟไลน์pums

UIDผู้ใช้ลำดับที่ 34

เพศ : ไม่ระบุเพศ

 โพสต์ : 33

 สำคัญ : 0

 เงิน : 36 (บาท)
 ความดี : 22 (แต้ม)
 เครดิต : 32 (แต้ม) [เติม]
 จิตพิสัย: 10 (แต้ม)
เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ ลิงก์โพสนี้   โพสต์เมื่อ: 2011-09-16 16:21:15 ┊จำนวนผู้เข้าชม:5273 ท่าน
ทำไมพระคาถาชินบัญชรจึงศักดิ์สิทธิ์?

ถาม :  ขณะนี้ไปที่ไหนก็จะมีคนพูดถึงการสวดคาถาชินบัญชร และพูดกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก อยากทราบว่าคาถานี้มีความหมายว่าอย่างไร? ศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่? ทำไมจึงมีความศักดิ์สิทธิ์?

ตอบ :  พระคาถาชินบัญชรเป็นพระคาถาสำคัญของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เป็นบทคาถาสำคัญที่เจ้าประคุณสมเด็จใช้ปลุกเสกพระสมเด็จ คราวหนึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งถามเจ้าประคุณสมเด็จว่าเหตุใดพระสมเด็จวัดระฆังจึงศักดิ์สิทธิ์ เจ้าประคุณสมเด็จถวายพระพรตอบว่าเหตุที่สมเด็จวัดระฆังมีความศักดิ์สิทธิ์เพราะปลุกเสกด้วยพระคาถาชินบัญชร

มีความนิยมสวดพระคาถาชินบัญชรมาตั้งแต่ครั้งที่เจ้าประคุณสมเด็จยังมีชีวิตอยู่ ตลอดมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ เพราะเชื่อว่าทรงอานุภาพ มีความศักดิ์สิทธิ์จริง ผมเองก็เคยสัมผัสพบเห็นเป็นที่ประจักษ์หลายครั้ง และเพื่อนชาวพุทธจำนวนมากก็มีประสบการณ์จากการสัมผัสด้วยตนเอง เหตุนี้จึงเป็นที่นิยมสวดกันโดยทั่วไป เพราะเชื่อว่ามีอานุภาพในการคุ้มครองป้องกันสรรพภัย สรรพโรค สรรพทุกข์ และยังให้เกิดความมงคลแก่ชีวิต

เมื่อไม่กี่ปีมานี้เคยมีคนอ้างว่าต้นฉบับพระคาถาชินบัญชรมีมาแต่ครั้งที่พระพุทธศาสนารุ่งเรืองอยู่ในประเทศลังกา แล้วพระคาถานี้ก็เคยมีจารจารึกไว้ในคัมภีร์ใบลานที่ภาคเหนือ มีเนื้อความคล้ายคลึงกัน แต่ก็ไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่าเป็นเช่นนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่นักประวัติศาสตร์หรือนักปราชญ์ชาวพุทธต้องค้นคว้าหาความจริงกันต่อไป แต่ในชั้นนี้ก็พึงเป็นที่เข้าใจว่าพระคาถาชินบัญชรเป็นคาถาสำคัญของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

ความหมายและความสำคัญตลอดจนเหตุผลที่พระคาถานี้มีความศักดิ์สิทธิ์ได้เคยเขียนในเชิงตอบคำถามไว้ในหนังสือเรื่อง "ศิษย์สมเด็จ" แล้ว ดังที่จะยกมาพรรณนาดังต่อไปนี้

"ความจริงชื่อพระคาถาชินบัญชรนั้นแปลว่าหน้าต่างของพระผู้มีพระภาคเจ้า และเนื้อความในบทพระคาถาอันยาวเหยียดนั้นอาจจำแนกได้เป็น 5 ตอน คือ

ตอนที่หนึ่ง เป็นบทสรรเสริญพระคุณของพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ได้ตรัสรู้อริยสัจสี่ แล้วเสวยวิมุตติสุขจากความตรัสรู้นั้นแล้วอัญเชิญพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ มีสมเด็จพระตัณหังกรพระพุทธเจ้าเป็นต้นให้เสด็จมาอยู่ ณ เบื้องกระหม่อม

ตอนที่สอง เป็นบทอัญเชิญพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้มาสถิตอยู่ที่ศีรษะ ที่ดวงตา และหน้าอก

ตอนที่สาม เป็นบทอาราธนาพระอริยสาวกทั้งปวง มีพระสาลีบุตร พระโมคคัลลานะ พระอนุรุทธเถระเป็นต้น ให้มาสถิต ณ ส่วนและอวัยวะต่าง ๆ

ตอนที่สี่ เป็นบทอัญเชิญพระสูตรทั้งปวง มีรัตนสูตรเป็นต้น มาสถิตอยู่ที่ส่วนต่าง ๆ และกางกั้นอยู่เบื้องบนอากาศ และเป็นกำแพงอันล้อมรอบ

ตอนที่ห้า เป็นบทอานิสงส์และเงื่อนไขของพระคาถาชินบัญชร สำหรับผู้ร่ำเรียนท่องบ่นมนต์นี้ ซึ่งมีสามส่วนคือ

ส่วนที่หนึ่ง เป็นส่วนอานิสงส์หรือผลที่จะได้รับ ซึ่งขออานิสงส์ให้อุปัทวันตรายทั้งหลายภายนอกและอุปัทวันตรายทั้งหลายภายในอันเกิดแต่เหตุต่าง ๆ มีลมกำเริบและดีซ่านเป็นต้นให้ดับสูญไป

ส่วนที่สอง เป็นคำมั่นสัญญาว่าจะต้องประพฤติปฏิบัติในปัจจุบันว่า “เมื่อข้าพเจ้าประกอบการงานของตนอยู่ในขอบเขตในพระบัญชรของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอริยสาวกทั้งหลายเหล่านั้นแล้ว ขอได้โปรดคุ้มครองรักษาข้าพเจ้า”

ส่วนที่สาม เป็นเงื่อนไขและคำมั่นสัญญาในอนาคตว่า “ด้วยประการฉะนี้เป็นอันข้าพเจ้าได้คุ้มครองไว้ด้วยดีและด้วยอานุภาพของสมเด็จพระชินสีห์สัมพุทธเจ้า ขอให้ข้าพเจ้ามีชัยชนะแก่อุปัทวะทั้งปวง ด้วย อานุภาพของพระธรรมขอให้ข้าพเจ้ามีชัยชนะแก่หมู่อริศัตรูทั้งปวง ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ขอให้ข้าพเจ้ามีชัยชนะแก่อันตรายทั้งปวง ข้าพเจ้าผู้อันอานุภาพแห่งพระสัทธรรมคุ้มครองรักษาแล้วจะประพฤติตนอยู่ในขอบเขตพระบัญชรของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดไปเทอญ”

มาภายหลังได้พิเคราะห์ดูแล้วเข้าใจว่าบทพระคาถาชินบัญชรนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มากเพราะเหตุสองสถาน

สถานแรก เป็นความศักดิ์สิทธิ์ด้วยลักษณะของบทมนต์ เช่นเดียวกับความศักดิ์สิทธิ์ของมนต์คาถาที่มีมาในทุกศาสนา ทุกลัทธิความเชื่อ ซึ่งเรียกว่า “วิชชามัยฤทธิ์” คือบันดาลให้เกิดความสำเร็จเพราะวิชาหรือมนต์วิธี และที่ศักดิ์สิทธิ์มากก็เพราะว่าลักษณะของบทมนต์นั้นเป็นการอัญเชิญบุญญาบารมีของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ของพระธรรม ของพระอริยสาวกทั้งหลาย ตลอดจนพระธรรมทั้งปวงอันพระตถาคตเจ้าได้แสดงแล้ว จึงนับว่าเป็นบทมนต์ที่เป็นธรรมขาวหรือที่เรียกว่าเศวตเวทย์ ไม่ใช่ไสยเวทย์ซึ่งเป็นธรรมดำหรือคุณไสย

สถานที่สอง เป็นบทที่มีลักษณะการสาธยายมนต์โดยมีศูนย์รวมอยู่ที่ศีล สมาธิ ปัญญา และจิตที่ไกลจากกิเลสาสวะโดยลำดับแล้ว คำว่า ชินบัญชร แปลว่า หน้าต่างของพระพุทธเจ้า หน้าต่างของพระพุทธเจ้าคืออะไร ตรงนี้วินิจฉัยโดยนัยยะความที่มีมาแต่โบราณว่า


“อันดวงตาคือหน้าต่างของดวงจิต    เมื่อใจคิดงามงดตาสดใส
คิดชั่วช้าตาก็บอกออกความนัย         รักษาใจให้เลิศไว้เถิดเอย”

บัญชรของพระพุทธเจ้าก็คือดวงตาของพระพุทธเจ้า นั่นคือดวงตาที่เห็นธรรมแต่อีกนัยหนึ่งก็อาจจะหมายความได้ว่าเป็นหน้าต่างที่จะมองเห็นพระพุทธเจ้า ซึ่งก็คือการมองเห็นธรรมดังพระพุทธพจน์ที่ทรงตรัสว่าผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต ดังนั้นบทพระคาถาชินบัญชรที่แม้จะมีเนื้อความยืดยาวแต่รวมความก็คือการให้มีความศรัทธา ความเพียร มีสติ มีสมาธิ และมีปัญญารู้แจ้ง ซึ่งพระธรรมอันประเสริฐที่พระตถาคตเจ้าได้แสดงแล้ว คือมีดวงตาเห็นธรรมนั่นเอง

การที่จะมีดวงตาเห็นธรรมว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์ และธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา ซึ่งเรียกว่าเห็นพระไตรลักษณ์แล้วจะทำให้จิตหลุดพ้นจากกิเลสและอาสวะทั้งหลาย ถึงซึ่งวิชชาและวิมุตได้นั้นก็โดยอาศัยการปฏิบัติอบรมจิตในเรื่องของศีล สมาธิ และปัญญา

ด้วยเหตุนี้พระคาถาชินบัญชรก็คือบทพระคาถาที่แสดงเป้าหมายที่สุดแห่งคำสอนของพระตถาคตเจ้า คือ ความหลุดพ้นจากทุกข์สิ้นเชิง ถึงซึ่งวิชชาและวิมุตโดยการฝึกฝนอบรมจิตด้วยศีล สมาธิ ปัญญานั่นเอง".
ออฟไลน์pums

UIDผู้ใช้ลำดับที่ 34

เพศ : ไม่ระบุเพศ

 โพสต์ : 33

 สำคัญ : 0

 เงิน : 36 (บาท)
 ความดี : 22 (แต้ม)
 เครดิต : 32 (แต้ม) [เติม]
 จิตพิสัย: 10 (แต้ม)
เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ ลิงก์โพสนี้   โพสต์เมื่อ: 2011-09-16 16:21:58 ┊จำนวนผู้เข้าชม:5273 ท่าน
วิธีสวดพระคาถาชินบัญชร

จากนั้น ก็หมั่นท่องบ่อย ๆ จนจำได้แม่นยำ ยิ่งคล่องก็ยิ่งดี

- ก่อนนอนทุกคืน สวดหนึ่งจบ นอนกลางคืนไม่สะดุ้งตกใจ หรือ หวาดผวา
- ตื่นเช้า จะทำน้ำมนต์ล้างหน้า ให้จุดธูปเทียนบูชาว่าพระคาถาหนึ่งจบ นำน้ำไปล้างหน้ารดตัว จะมีกำลังใจ
- จะทำมาค้าขาย ระลึกถึงเจ้าประคุณสมเด็จฯ ทำน้ำมนต์ด้วยพระคาถานี้ นำไปพรมข้าวของ จะขายดี
- จะมีพระของสมเด็จฯ หรือไม่ก็ตาม สวดพระคาถานี้ก็เท่ากับมี พระสมเด็จฯ ของท่านเหมือนกัน
- เจ็บไข้ได้ป่วย ทำน้ำมนต์ด้วยพระคาถานี้ จะช่วยได้ไม่มากก็น้อย
- ถ้าจะเดินทางไปต่างถิ่น ก่อนจะไปให้สวดภาวนาเสียหนึ่งจบ ก่อนบ่ายหน้าไป จะปลอดภัย
- หมั่นภาวนาไว้จะมีสุคติภูมิ เป็นที่ตั้ง
- มีเหตุอันตราย จะทำให้แคล้วคลาดไป
- ใครคิดร้ายก็แพ้ภัย

เป็นของมีค่า นับประมาณมิได้ เป็นสมบัติอันอมตะ ที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้ทิ้งไว้ให้ลูกหลาน ใช้สวดภาวนาป้องกันภัย นานาประการ
หมั่นสวดภาวนาเป็นอาจิณ จะได้สิ้นเวรกรรมที่ทำมา

กฎระเบียบการแสดงความเห็นเว็บดูไทยไทย

1. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, Media หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่พาดพิงถึงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ ไปในทางเสื่อมเสียเป็นอันขาด
2. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, Media หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่ส่อไปในทางลามก อนาจาร
3. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, Media หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นความผิดต่อความมั่นคงของประเทศ
4. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, Media หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกของประชาชน
5. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, Media หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
6. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, รูปภาพหรือ Media ต่าง ๆ ที่เป็นการตัดต่อภาพบุคคล ที่อาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บุคคลนั้น
7. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, Media หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมายทุกบทบัญญัติ รวมทั้ง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
8. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, เพลง, MV, Clip, Video, Media, รูปภาพ และ Software ทุกชนิดที่ละเมิดลิขสิทธิ์
9. ห้ามโพสต์ลิงก์โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึง crack, serial, patch, keygen
10. โปรแกรมที่เป็นรุ่นทดลองใช้ Demo, Shareware, Trial โพสต์ได้แต่ขอความกรุณาให้ใส่ลิงก์เว็บของผู้พัฒนาโปรแกรม ไม่ควรใส่ลิงก์ที่เข้าถึงตัวไฟล์โดยตรง
11. โปรแกรม Freeware - Open Sources อนุญาตให้โพสต์ลิงก์โปรแกรมได้ แต่ด้วยความเคารพและแสดงความขอบ คุณต่อผู้พัฒนาโปรแกรม ควรระบุเว็บที่มาของโปรแกรม
12. ไม่ใช้ข้อความที่ส่งผลกระทบเสียหายต่อบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด ๆ

ขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อสามารถตรวจสอบ IP และอีเมล์ได้ เมื่อมีการแสดงความคิดเห็นที่ผิดกฎระเบียบ หรือสร้างความเสียหาย

ข้อความที่ท่านได้อ่านใน Website นี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ
ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่รับผิดชอบต่อข้อความใด ๆ
ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายศิลธรรม และกฎของ Website
กรุณาแจ้งมาที่ Admin เพื่อที่ทีมงานจะได้ดำเนินการโดยทันที ขอขอบพระคุณ

คลิ๊กที่นี่...เพื่ออ่านกติกา มารยาท ข้อบังคับในการใช้งานเว็บดูไทยไทย...เพิ่มเติม


กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป