จอมเทพไซเบอร์บน Google+
ขยายหน้าจอ
 
  • โพสต์
  • ไดอารี่
  • ผู้ใช้
  • ฟอรั่ม
  • กลุ่ม
โพสต์
ประกาศ : ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน "ห้ามแสดงความคิดเห็น, อัพโหลดภาพ, สื่อ หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่พาดพิงถึงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ ไปในทางเสื่อมเสียเป็นอันขาด" หากพบเห็นกรุณาแจ้งได้โดย : โพสที่ฟอรั่ม หรือ อีเมล์ doothaithai [at] gmail.com โปรดช่วยกันสร้างสายใยความสุขให้กับโลกไซเบอร์แห่งนี้...ดร.ไอที...จอมเทพไซเบอร์
  • 6102เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

กลไกระบบรักษาความปลอดภัยในการชำระเงิน [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์thepcyber

UIDผู้ใช้ลำดับที่ 2

เพศ : ไม่ระบุเพศ

 โพสต์ : 906

 สำคัญ : 0

 เงิน : 1220 (บาท)
 ความดี : 1023 (แต้ม)
 เครดิต : 1081 (แต้ม) [เติม]
 จิตพิสัย: 55 (แต้ม)
เหรียญ

ดูเหรียญทั้งหมด

เฉพาะโพสต์แรก ลำดับปกติ เครื่องมือ ลิงก์โพสนี้   โพสต์เมื่อ: 2010-01-01 23:17:51 ┊จำนวนผู้เข้าชม:6102 ท่าน
ระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้กันในปัจจุบันมี 2 ระบบ คือ

1. SSL (Secure Socket Layer) เป็นระบบที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลกันระหว่าง Clientกับ Serverซึ่งโดยปกติแล้วข้อมูลที่ส่งไปหากันนั้นจะไม่มีการเข้ารหัสแต่อย่างใดทำให้การดักจับข้อมูลเป็นไปได้โดยง่าย แต่ถ้าเป็นระบบที่ใช้ SSLแล้วนั้นข้อมูลจาก Client ที่จะส่งไปยัง Serverนั้นจะถูกเข้ารหัสก่อนที่จะส่งไปที่ Serverทำให้ข้อมูลที่จะส่งถึงกันนั้นมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

การเข้ารหัสของ SSL นั้นมีได้ 2 แบบ คือ
1. การเข้ารหัสแบบ 40 bits
2. การเข้ารหัสแบบ 128 bits ซึ่งการเข้ารหัสแบบนี้มีใช้แค่ในอเมริกาเท่านั้น

หลักการทำงานของ SSL ก็คือ จะมีการเข้ารหัสข้อมูลที่ทาง Client โดย WebBrowser จะเป็นตัวเข้ารหัสให้ Web Browser จะเอา Public Key จาก Serverมาเข้ารหัสกับ Master Key ที่ Browser สร้างขึ้นมาจากนั้นก็ใช้คีย์พวกนี้เข้ารหัสข้อมูลที่จะส่งไปให้ Serverข้อมูลที่เข้ารหัสเรียบร้อยแล้วจะถูกส่งไปที่ Server ซึ่ง Serverก็มีหน้าที่ในการถอดรหัสนั้นกลับมาเป็นข้อมูลปกตินั่นเอง

ปัจจุบันSSL ถูกประยุกต์ใช้ในทางธุรกิจมากมาย ตัวอย่างเช่นการจ่ายเงินออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างร้านค้าบนเว็บไซต์ที่ใช้SSL เช่น amazon.com

แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ปลอดภัยมากนัก เพราะไม่สามารถระบุตัวผู้ถือบัตรได้ เนื่องจากระบบนี้บอกได้เพียงว่าร้านค้าคือใคร?

2.SET (Secure Electronic Transaction) ปัจจุบันมีใช้อยู่ใน 34 ประเทศซึ่งระบบนี้จะมีความปลอดภัยกว่าระบบแรกที่กล่าวมา ระบบ SETจะแตกต่างจากระบบ SSL ตรงที่ระบบ SETจะมีหน่วยงานกลางที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม(Certification Authority: CA)

ระบบ SETจะมีความปลอดภัยและไว้วางใจได้จากทุกฝ่ายเนื่องจากทุกฝ่ายจะสามารถยืนยันตัวตนได้โดยการรับรองของ CA โดยที่ทุกฝ่าย(ลูกค้า- ร้านค้า- ธนาคาร) จะมี Private key และ Public key โดยที่ Publickey นั้นทาง CA จะเป็นผู้เก็บไว้เพื่อทำการตรวจสอบเมื่อมีการสั่งซื้อสินค้า ร้านค้าจะได้รับข้อมูลเฉพาะใบสั่งซื้อส่วนหมายเลขบัตรเครดิตทางร้านค้าไม่สามารถเรียกดูได้ แต่ CAจะส่งไปยังธนาคารเพื่อเรียกเก็บเงิน

ระบบ SETนี้ใช้หลักคณิตศาสตร์คำนวณรหัสคุมข้อความจากผู้ส่งและผู้รับอย่างเฉพาะเจาะจงได้ จึงสามารถพิสูจน์ตัวตนของผู้รับผู้ส่ง (Authentication)รักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Confidentiality)ความถูกต้องไม่คลาดเคลื่อนของข้อมูล (Integrity)และผู้ส่งปฏิเสธความเป็นเจ้าของข้อมูลไม่ได้ (Non-repudiation)เรียกว่าลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature)
สิ่งสำคัญอีกประการคือการมีกฎหมายรองรับการทำธุรกรรมบนเครือข่ายประเทศในยุโรปและประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมายรับรองการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายรองรับการทำธุรกิจดังกล่าวสำหรับในประเทศไทยก็เร่งจัดการออกกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ 6 ฉบับโดยกฎหมาย 2 ฉบับแรกที่จะออกใช้ได้ก่อนคือกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และกฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์



ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รักของผู้ถูกให้:


ติดตามเว็บดูไทยไทยผ่านทาง Google+ ติดตามผ่าน youtube

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
Doothaithai.com โดย Jormthepcyber
ใช้สัญญาอนุญาตของ
ของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ: แสดงที่มา-
ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0
ประเทศไทย.

นมตฺถุ สมฺมาสมฺโพธิยา ความนอบน้อมของข้าพเจ้า ขอจงมีแด่พระสัมมาสัมโพธิญาณ.
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ พุทโธ โหมิ อะนาคะเต กาเลฯ
ผู้มีปัญญามีความพินิจ ย่อมตั้งตัวได้ ด้วยต้นทุนแม้น้อย ดุจคนก่อไฟน้อย ๆ ให้เป็นกองใหญ่ได้ฉะนั้น (พระพุทธพจน์)
พระอริยสงฆ์ไทย
ฟอรั่มสายใยความสุขบนไซเบอร์
บริการทำเว็บไซต์ เว็บขายสินค้า
ห้างในบ้าน

กฎระเบียบการแสดงความเห็นเว็บดูไทยไทย

1. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, Media หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่พาดพิงถึงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ ไปในทางเสื่อมเสียเป็นอันขาด
2. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, Media หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่ส่อไปในทางลามก อนาจาร
3. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, Media หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นความผิดต่อความมั่นคงของประเทศ
4. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, Media หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกของประชาชน
5. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, Media หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
6. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, รูปภาพหรือ Media ต่าง ๆ ที่เป็นการตัดต่อภาพบุคคล ที่อาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บุคคลนั้น
7. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, Media หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมายทุกบทบัญญัติ รวมทั้ง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
8. ห้ามแสดงความคิดเห็น, Upload File ภาพ, เพลง, MV, Clip, Video, Media, รูปภาพ และ Software ทุกชนิดที่ละเมิดลิขสิทธิ์
9. ห้ามโพสต์ลิงก์โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึง crack, serial, patch, keygen
10. โปรแกรมที่เป็นรุ่นทดลองใช้ Demo, Shareware, Trial โพสต์ได้แต่ขอความกรุณาให้ใส่ลิงก์เว็บของผู้พัฒนาโปรแกรม ไม่ควรใส่ลิงก์ที่เข้าถึงตัวไฟล์โดยตรง
11. โปรแกรม Freeware - Open Sources อนุญาตให้โพสต์ลิงก์โปรแกรมได้ แต่ด้วยความเคารพและแสดงความขอบ คุณต่อผู้พัฒนาโปรแกรม ควรระบุเว็บที่มาของโปรแกรม
12. ไม่ใช้ข้อความที่ส่งผลกระทบเสียหายต่อบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด ๆ

ขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อสามารถตรวจสอบ IP และอีเมล์ได้ เมื่อมีการแสดงความคิดเห็นที่ผิดกฎระเบียบ หรือสร้างความเสียหาย

ข้อความที่ท่านได้อ่านใน Website นี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ
ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่รับผิดชอบต่อข้อความใด ๆ
ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายศิลธรรม และกฎของ Website
กรุณาแจ้งมาที่ Admin เพื่อที่ทีมงานจะได้ดำเนินการโดยทันที ขอขอบพระคุณ

คลิ๊กที่นี่...เพื่ออ่านกติกา มารยาท ข้อบังคับในการใช้งานเว็บดูไทยไทย...เพิ่มเติม


กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป